ความเป็นมา
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ เลขที่ ๙๙ หมู่ที่๒ ตั้งอยู่บนเขา ณ บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพุทธสถานที่คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์(วิน ธมฺมสารเถร ป.ธ.๙) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กรุงเทพฯ สร้างถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์ ในโอกาสที่เจริญชนมายุศม์ ครบ๘๐ ปี เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ได้รับอนุญาตจาก กรมธนารักษ์ให้ใช้สถานที่ จำนวน ๙๖ ไร่ ๒ งาน ๕๘ ตารางวา สร้างวัดขึ้นเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖รอบ๗๒พรรษา และได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีวา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘
ชื่อ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ นี้ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์ ( วิน ธมฺมสารเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร ได้ประทาน ชื่อวัดว่า วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เพื่อถวายพระเกียรติ แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (ม.จ.ภุชงค์ ชมพูนุช) วัดราชบพิธสถิตสีมาราม ส่วน สิริวัฒนวิสุทธิ์ ( วิ. ) เป็นพระราชทินนามที่พระราชทานชื่อสมณศักดิ์ แด่พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ( พัดขาว ) พระครูปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์ ( สุนทร สุนฺทราโภ เปรียญ ๔ ประโยค ) ได้รับพระราชทาน เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ปัจจุบันเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กทม. เมื่อ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์ ฯ และทรงรับเป็นองค์ประธาน งานก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสที่ทรง ครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีและทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ใน วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
รูปลักษณ์สิ่งก่อสร้าง
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ สร้างเป็นรูปเรือหลวง มีความหมาย ถึงพาหนะที่จะช่วยขนสัตว์โลกที่ยังตกอยู่ในห้วงแห่งสังสารวัฎ (ทะเลวน)ให้พ้นจากโอฆะสงสารห้วงน้ำนั้นคือ กิเลส เรือที่ตั้งอยู่บนเกาะหรือภูเขาหมายถึงเป็นสถานที่ ที่น้ำไม่สามารถท่วมถึงได้หรือท่วมทับแก่บุคคลที่มีปัญญาได้ ผู้มีปัญญา มีความขยัน อดทนไม่ประมาทตามกิเลส มีความสำรวมระวังดี ก็จะอยู่บนเรือลำนี้ได้โดยปลอดภัย เรือหลวงอันเป็นที่ตั้งของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ มีชื่อเรือว่า ราชญาณนาวาฑีฆายุมงคล สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา เรือหลวงลำนี้มีความกว้าง ๓๐ เมตร ยาวโดยประมาณ ๖ ไร่เศษ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ สร้างขึ้นล้วนแต่เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงสถาบันแห่งชาติทั้งสิ้น พระพุทธเอกนพรัตน์ บริเวณหัวเรือราชญาณนาวาฑีฆายุมงคล เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเอกนพรัตน์ ( ปางเสริมบารมี ) พระพุทธเอกนพรัตน์นี้ สร้างขึ้นในปีมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เป็นปีกาญจณาภิเษก พระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม เจ้าคณะเขตดุสิต ( ธรรมยุต ) กรุงเทพ ฯ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ ขึ้น ได้คิดรวบรวมพระพุทธจริยาปางต่างๆ ประจำวันของเทพนพเคราะห์ทั้ง ๙ พระองค์ มีพระอาทิตย์เทพ จันทรเทพ เป็นต้นและคนทั้งหลายก็นำมาเป็นนิมิตหมายแห่งวันเกิดของตน และเทพแต่ละองค์ก็จะมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่เคารพนับถือบูชาประจำพระองค์ มนุษย์ทั้งหลายที่ได้ถือนิมิตรหมายแห่งเทพประจำวันเกิด ก็จะต้องยอมรับนับถือพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธจริยาปางต่างๆ มาประจำตัวด้วย จึงเป็นที่มา ของพระพุทธรูปประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน โดยเพิ่มวันพุธกลางคืนคือพระราหูและพระเกตุเข้าอีก ๒ พระองค์ จึงรวมเป็น ๙ องค์ เรียกว่า เทพนพเคราะห์สำหรับดูแลรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญ พระพุทธเอกนพรัตน์ เป็นพระพุทธรูป ๓ องค์ ๓ สมัย ๔ อิริยาบถ ๑๐ ปาง ในฐานเดียวกันคือ ประทับยืนสมัยสุโขทัย ประทับนั่งสมัยเชียงแสน และปางไสยาสน์สมัยอู่ทอง รวมพุทธจริยา ๑๐ ปาง คือ
ประทับยืน ๕ ปาง
๑. ปางประทับรอยพระพุทธบาท (พระกาญจนาภิเษกเป็นองค์ประธาน)
๒. ปางรำพึง ประจำวันศุกร์
๓. ปางห้ามญาติ ประจำวันจันทร์
๔. ปางถวายเนตร ประจำวันอาทิตย์
๕. ปางอุ้มบาตร ประจำวันพุธ
ประทับนั่ง ๓ ปาง คือ
๖. ปางนาคปรก ประจำวันเสาร์ มีนาค ๙ เศียร
๗. ปางสมาธิ ประจำวันพฤหัสบดี
๘. ปางปาลิไลยก์ ประจำวันพุธกลางคืน
ประทับบรรทม ( ไสยาสน์ ) ๒ ปาง คือ
๙. ปางไสยาสน์ ประจำวันอังคาร
๑๐. ปางพระเกศธาตุ ประจำพระเกตุ (พระหัตถ์แตะพระเศียร) ถอนเส้นพระเกศา
หลักการและเหตุผลในการสร้าง
๑. เพื่อแสดงถึงพระพุทธจริยาถวายเป็นพุทธบูชาของสาธุชน
๒. เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาให้เป็นมรดกไทย
๓. เพื่อเป็นราชสักการปูชะนียานุสรณ์ในการฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปีในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ของรัชกาลที่ ๙
๔. เพื่อแสดงธรรมทัศนคติในการร่วมมือของผู้สะอาดบริสุทธิ์ให้สันติสุขแก่โลกและสังคมอย่างแท้จริง
ศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
บริเวณหัวเรือราชญาณนาวาฑีฆายุมงคลเป็นที่ตั้งศาลที่ประทับของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ศาลนี้เป็นศาลลำดับที่๑๑๖ จากการรวบรวมของกองทัพเรือ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในฐานะเป็นพระบิดาแห่งกองทัพเรือไทยและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เรือราชญาณนาวาฑีฆายุมงคล
ลานพระธรรมจักร
สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๗ ยาว ๓ เมตร บนลานประดิษฐานแท่นธรรมจักร เป็นหินทรายแกะสลักเป็นรูปกวาง และแท่นหิน ๘ เหลี่ยม
เป็นหินทรายแกะสลักรูปมงคลต่างๆ ตั้งไว้ด้านหน้าเป็นนิมิตรหมายว่า พระพุทธได้ประกาศพระธรรมคำสั่งสอนอันยอดเยี่ยมให้เป็นไปในโลกทั้ง๓ อันใครจะปฏิวัติปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะมีความสมบูรณ์บริบูรณ์ยุติธรรม ในการวางแนวทางไว้อย่างประเสริฐ แก่เหล่าเทพยดา และมนุษย์ทั้งหลาย
อุโบสถ
สร้างเป็นมณฑปเรือนแก้ว กว้าง ๑๒ เมตรยาว ๑๒ เมตร สูง ๑๓ เมตร มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นศิลปประยุกต์ไทย อินเดีย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาททั้งคู่ เนื้อสำริดสามกษัตริย์ประกอบด้วยทองคำหนัก ๕๖ บาท เงิน ๓๘ บาทนาค ๑๔ บาทรวม ๑๐๘ บาท ตามกำลังพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณ มีขนาดกว้าง ๖๖ ชม.ยาว ๑๖๕ ชม. ในลายพระพุทธบาทประกอบด้วยมงคล ๑๐๘ ประดิษฐานบนฝาผนังในรูปใบโพธิ์นอกจากนั้นยังได้หล่อพระมหากัสสปเถรยืนถวายบังคมพระพุทธบาททั้งคู่ไว้ด้านขวามือด้วย เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์วันสำคัญในวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วได้ ๗ วัน เรียกว่าวัน วิสาขอัฐมีบูชา
พระพุทธรัชมงคลอุบลบพิตร พระประธานของ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ คือพระพุทธรัชมงคลอุบลบพิตร เป็นพระสมัยอู่ทอง ปางสมาธิ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ได้ถวายพระนามพระประธานองค์นี้ไว้มีความหมายว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นมงคลผู้สร้างแห่งความเป็นพระราชา พระองค์นี้มีความกว้าง ๕๙นิ้วสูง๙๕นิ้วด้านหลังมีกอบัวเป็นสัญลักษณ์ของธรรมวัฒนมงคล ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาถวายพระพุทธรัชมงคลอุบลบพิตรเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗